“หงส์แดง” ที่คว้าแชมป์กลุ่มเข้ารอบไปแล้ว แม้เกมนี้จะขนสำรองลงเป็นส่วนใหญ่แต่ยังบุกไปแบ่งแต้มกับ มิดทิลแลนด์ 1-1 เกมนี้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยิงขึ้นนำตั้งแต่ 55 วินาที ทำสถิติเป็นแข้งที่ยิงเร็วสุดให้ ลิเวอร์พูล ในแชมป์เปี้ยนส์ลีก พร้อมกับเป็นแข้งหงส์ที่ยิงในรายการนี้มากที่สุดที่ 22 ประตูแซงหน้า สตีเว่น เจอร์ราร์ด ตำนานของทีม ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดสุดท้าย เมื่อคืนวันพุธที่ 9 ธันวาคม ที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันของกลุ่ม ดี ระหว่าง มิดทิลแลนด์ ที่จบด้วยบ๊วยของกลุ่ม และยังไม่ชนะทีมใด เปิดบ้านรับมือ ลิเวอร์พูล ที่คว้าแชมป์กลุ่มนี้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 16 ทีมแล้ว

โดยฝั่งเจ้าถิ่นวาง ซอรี่ กาบา เป็นทีเด็ดร่วมกับ อีแวนเดอร์ และอาเวอร์ มาบิล ส่วน เจอร์เก้น คล็อปป์ บอสใหญ่ของ “หงส์แดง” เปลี่ยนถึง 8 ตำแหน่งจากเกมที่ไล่ถล่ม วูล์ฟแฮมป์ตัน ในลีกมา เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ คัมแบ็กพร้อมรับบทกัปตันทีมในยุโรปเป็นครั้งแรก โดยที่แดนกลางส่งดาวรุ่งอย่าง เลห์ตัน คลาร์กสัน ประเดิมเกมแชมเปี้ยนส์ลีกเป็นนัดแรก และให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ดิว็อค โอริกี้ และดีโอโก้ โชต้า ล่าตาข่าย

ออกสตาร์ทเกมมาแค่ 55 วินาที ลิเวอร์พูล ชิงขึ้นนำไปก่อนอย่างรวดเร็ว 1-0 จากจังหวะที่แข้งเจ้าถิ่นส่งคืนหลังไม่ดีโดน โมฮาเหม็ด ซาลาห์ วิ่งไปแย่งบอลก่อนลากเดี่ยวเข้าไปยิงเบาๆลอดขา เยสเปอร์ แฮนเซ่น นายด่านมิดทิลแลนด์เข้าไป

นาที 12 เป็นโอกาสลุ้นครั้งแรกของมิดทิลแลนด์หลัง อันเดอร์ส เดรเยอร์ เก็บบอลจากแถวสองได้ก่อนหวดด้วยซ้ายแต่บอลหลุดกรอบออกไปแบบหมดลุ้น

นาที 18 “หงส์แดง” เกือบได้ลุ้นเม็ดที่สองนำห่างหลัง ทาคุมิ มินามิโนะ ครอสบอลไปในกรอบ 6 หลาให้ ดีโอโก้ โชต้า ซัดไปติดมือ เยสเปอร์ แฮนเซ่น ปัดออกหลังหวุดหวิด

นาที 31 บอลสวนกลับเร็วของ “หงส์แดง” เกือบได้ลุ้นเม็ดที่สอง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แทงบอลให้ ดิว็อค โอริกี้ หลุดเข้าไปแต่เจ้าตัวดันยิงหลุดกรอบออกไปอย่างน่าผิดหวัง

ไม่ถึงนาทีถัดมาเจ้าถิ่นหวิดไล่ตีเสมอได้หลัง ซอรี่ กาบา หัวหอกตัวเก่งโขกบอลผ่านมือ เคลเลเฮอร์ จะเข้าอยู่แล้ว แต่ฟาบินโญ่ยังลงมาช่วยได้ทันสกัดบนเส้นออกไปแบบหวุดหวิด

นาทีสุดท้ายครึ่งแรก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จ่ายบอลทะลุให้ โชต้า หลุดเข้าไปซัดด้วยซ้ายแต่บอลยังไปติดมือของ เยสเปอร์ แฮนเซ่น

จบครึ่งแรก มิดทิลแลนด์ ตามหลัง ลิเวอร์พูล 0-1

ครึ่งหลัง เจอร์เก้น คล็อปป์ ถอดเอา ฟาบินโญ่ ออกมาพักแล้วส่ง บิลลี่ คูเมติโอ ลงเล่นแทน

นาที 49 เจ้าบ้านเกือบได้ลุ้นตีเสมอหลัง อีแวนเดอร์ ซัดด้วยขวาไปชนคานอย่างน่าเสียดาย อีกนาทีต่อมา ซอรี่ กาบา ตะบันด้วยขวามุมแคบอีกทีแต่บอลก็หลุดกรอบไปแบบได้เสียว

นาที 60 อันเดอร์ส เดรเยอร์ โดน ควีวีน เคลเลเฮอร์ ขวางล้มลงในเขตโทษ ผู้ตัดสินหลังเช็กกับทีมงานวีเออาร์ ก่อนวิ่งไปดูที่จอข้างสนามแล้วตัดสินให้เจ้าบ้านได้จุดโทษพร้อมแจกใบเหลืองให้ เคลเลเฮอร์ ก่อนที่ อเล็กซานเดอร์ โชลซ์ จะยิงเข้าไปให้ มิดทิลแลนด์ ไล่ตีเสมอ 1-1

นาที 77 อเล็กซานเดอร์ โชลซ์ ส่งบอลเข้าก้นตาข่ายไปแล้ว แต่ผู้ตัดสินไม่ให้ประตูเนื่องจากล้ำหน้า ก่อนจะเช็กกับทีมงานวีเออาร์ ซึ่งหลังจากวิ่งไปดูจอข้างสนามยืนยันเป็นจังหวะล้ำหน้าของ เอริค สเวียตเชนโก้ ทำให้เจ้าบ้านชวดได้ประตูขึ้นนำอย่างน่าเสียดาย

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม มิดทิลแลนด์ เสมอกับ ลิเวอร์พูล 1-1 แบ่งแต้มไปทีมละคะแนน