LONDON, ENGLAND – NOVEMBER 05: Martin Ellingsen of Molde FK celebrates with teammates after scoring his team’s first goal during the UEFA Europa League Group B stage match between Arsenal FC and Molde FK at Emirates Stadium on November 05, 2020 in London, England. Sporting stadiums around the UK remain under strict restrictions due to the Coronavirus Pandemic as Government social distancing laws prohibit fans inside venues resulting in games being played behind closed doors. (Photo by Marc Atkins/Getty Images)

นิโกล่าส์ เปเป้ ทั้งยิงทั้งจ่ายช่วย “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ที่จัดทัพสำรองลงสนามเปิดบ้านไล่ยิงแซง โมลด์ แบบไม่ไว้หน้า 4-1 พร้อมรับ 9 คะแนนเต็มจากชัยชนะ 3 นัดรวดยึดตำแหน่งจ่าฝูงกลุ่มต่อไปหายห่วง ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า ยูโรปา ลีก (รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม บี) วันพฤหัสบดีที่ 5 พ.ย. ที่ผ่านมา เริ่มเกม โมลด์ ทีมเยือนเป็นฝ่ายเขี่ยลูกเล่นก่อน ผ่านมาถึงนาทีที่ 3 อาร์เซน่อล ได้ลุ้นเปิดสกอร์เมื่อโจมตีขึ้นมาทางฝั่งขวา โจ วิลล็อค เปิดบอลยัดเข้าไปในเขตโทษและเป็น เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ วิ่งโฉบมาแหย่เท้าที่บอลหวังเปลี่ยนทางให้เข้าหากรอบประตูแต่โดนไม่ดีทำให้หลุดออกเสาไกลไปอย่างน่าเสียดาย

2 นาทีถัดมา ทัพปืนใหญ่เกือบได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะสวนกลับไวบอลมาอยู่ที่ นิโกล่าส์ เปเป้ พากระชากจี้เข้าหาเขตโทษโมลด์ก่อนจ่ายด้วยข้างเท้าด้านนอกให้ เอ็นเคเทียห์ หลุดเดี่ยวเข้าไปซัดเหน่งๆ แต่ดันไปติดเซฟปลายมือ อันเดรียส ลินเด้ นายด่านทีมเยือนที่โชว์ความนิ่งป้องกันไว้ได้ ผ่านพ้นมาถึงนาทีที่ 16 ดาวิด ลุยซ์ เปิดบอลยาวหวังไปให้ นิโกล่าส์ เปเป้ ที่ใช้ความเร็ววิ่งไปรับบอลแต่แรงเกินไป อันเดรียส ลินเด้ ผู้รักษาประตูโมลด์ออกมารับไว้ได้ไม่พลาด นาทีถัดมา โมลด์ ได้ลูกฟรีคิกทางฝั่งขวาระยะเกือบ 35 หลา มักนุส โวล์ฟฟ์ ไอเครม รับหน้าที่เปิดบอลลอยโด่งโค้งยัดเข้าไปในเขตโทษเจ้าถิ่น แบร์นด์ เลโน่ นายด่านปืนใหญ่ออกมาคว้าบอลไว้ได้โดยมีแข้งโมลด์กระโดดโหม่งแต่ช้ากว่าเลยกลายเป็นเข้าชนตัว เลโน่ ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นลูกฟาวน์

นาทีที่ 22 เป็นโมลด์ที่ออกนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะเปิดบอลของ แบร์นด์ เลโน่ นายด่านอาร์เซน่อลแล้วถูกกองหลังทีมเยือนโขกสวนกลับมาบอลมาอยู่ที่ มาร์ติน เอลลิงเซ่น ได้ตั้งป้อมบรรจงปั่นด้วยเท้าซ้ายระยะประมาณ 25 หลาเกือบกลางกรอบเขตโทษบอลพุ่งโค้งก่อนมุดตกพื้นแล้วกระดอนเสียบโคนเสาเข้าไปอย่างสุดสวยหมดปัญญาของ เลโน่ จะป้องกันทำเอาเจ้าตัวถึงกับออกอาการหัวเสียเลยทีเดียว ทัพปืนใหญ่พยายามโหมเกมบุกหวังทวงประตูคืน นาทีที่ 30 ดานี่ เซบายอส จ่ายบอลทะลุช่องหวังให้ นิโกล่าส์ เปเป้ ที่หลุดกับดักล้ำหน้าและพยายามวิ่งเข้าไปรับบอลแต่ไม่ทันทำให้บอลหลุดออกหลังไปอีกครั้งกับจังหวะขาดๆ เกินๆ ของเจ้าถิ่น นาทีที่ 34 อาร์เซน่อลได้ลูกเตะมุม วิลเลี่ยน เปิดบอลไปเข้าหัว ชโคดราน มุสตาฟี่ ที่เติมขึ้นมาโขกแต่ดูเหมือนจะโดนไม่ดีทิศทางบอลเลยไปเสาไกลตกไปที่แข้งโมลด์หวดเคลียร์ออกไปพ้นเขตอันตราย

“เดอะ กันเนอร์ส” ครองเกมได้มากกว่าและยังคงสร้างโอกาสจดสกอร์อย่างต่อเนื่องนาทีที่ 38 เป็น ชโคดราน มุสตาฟี่ ที่เติมขึ้นมาอีกครั้งล้มตัวพุ่งโขกเต็มหัวจากลูกเตะมุมที่เปิดโดย วิลเลี่ยน เจ้าเก่าแต่ทิศทางยังคงไม่ดีทำให้หลุดออกหลังไปเหมือนเคย นาทีที่ 43 อาร์เซน่อล ส่งบอลเข้าไปกองก้นตาข่ายทีมเยือนแต่กลับไม่ได้ประตูจากการเปิดบอลเลียดทางฝั่งซ้ายของ นิโกล่าส์ เปเป้ ที่ยัดเข้าไปในเขตโทษให้ เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ได้ล้มตัวยิงจ่อๆ เข้าไปแต่มีสัญญาณจากผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงเป็นลูกล้ำหน้า แต่แล้วทัพปืนใหญ่มาตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จก่อนหมดเวลาครึ่งแรกนาทีที่ 45+1 จากจังหวะโต้กลับไวเป็น วิลเลี่ยน ตัดบอลได้ส่งก่อนต่อมาให้ กรานิต ชาคา แล้วส่งต่ออีกครั้งไปถึง เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ทางฝั่งขวาเจ้าตัวไม่รอช้าเปิดบอลหักข้อด้วยเท้าขวาหวังไปให้ โจ วิลล็อค ที่เตรียมวิ่งเข้ามาจุดนัดพบแต่มี คริสตอฟเฟอร์ เฮาเก้น กองหลังโมลด์วิ่งเข้ามาถึงบอลก่อนเพื่อตัดบอล แต่กลับถูก วิลล็อค เบียดล้มลงไปโดดบอลไหลเข้าประตูตัวเองไป แข้งโมลด์พยายามประท้วงว่า เฮาเก้น ถูกชนจากทางด้านหลังแต่ไม่เป็นผล ฮาลิล อูมุต เมเลอร์ เท่าเปาชาวตุรกียืนยันการเป็นประตูเหมือนเดิม

จบครึ่งเวลาแรก อาร์เซน่อล ออกแรงเหนื่อยไล่ตามเสมอ โมลด์ อยู่ที่สกอร์ 1-1
กลับมาลุ้นกันต่อในครึ่งเวลาหลัง มาถึงนาทีที่ 54 อาร์เซน่อลพลาดได้ประตูขึ้นนำไปอย่างน่าเสียดายจากจังหวะเปิดบอลทางฝั่งขวาของ โจ วิลล็อค เป็น อันเดรียส ลินเด้ นายด่านโมลด์พยายามออกมาปัดแต่บอลกลับหลุดไปเข้าทาง เซอัด โคลาซินัช ที่ได้ยืนแประยะไม่ถึง 5 หลาแต่เจ้าตัวกลับเตะใต้บอลทำเอาข้ามคานออกไปแบบไม่เชื่อสายตาเพื่อนร่วมทีม ใบเหลืองของเกมนี้เกิดขึ้นนาทีที่ 58 เป็นของฝั่งเจ้าถิ่นโดย ดาวิด ลุยซ์ ใช้แขนขวาเข้าไปอัดที่่ท้องของ โอฮี โอมอยยวนโฟ ก่อนจะชิงแย้งโหม่งบอล ผู้ตัดสินเป่านกหวีดฟาวน์และคาดโทษ ลุยซ์ ทันทีโทฐานเจตนาใช้ความรุนแรงกับคู่ต่อสู้ อาร์เซน่อล ได้ประตูแซงนำ 2-1 จนได้ในนาทีที่ 62 จากจังหวะหน้ากรอบเขตโทษโมลด์ โดย กรานิต ชาคา งัดบอลให้ โจ วิลล็อค หลุดเข้าไปเปิดบอลทางริมเส้นฝั่งขวาและเป็น เชริฟฟ์ ซินยาน แข้งทีมเยือนที่พยายามยื่นเท้าเข้ามาตัดบอลแต่ดันผิดเหลี่ยมทำให้เข้าประตูตัวเองไปอีกครั้ง

เหมือนทัพปืนใหญ่จะได้ใจ นาทีที่ 69 ได้ประตูหนีห่างเป็น 3-1 เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ส่งต่อให้ บูกาโย่ ซาก้า ทางฝั่งขวาก่อน ซาก้า จะหักข้อเปิดบอลย้อนมาให้ นิโกล่าส์ เปเป้ ที่วิ่งเข้ามากดเน้นๆ บอลพุ่งอย่างจรวดเบียดโคนเสาเข้าไปอย่างสวยงาม นาทีที่ 72 โมลด์ ได้ลุ้นบ้างจาก มาร์ติน เอลลิงเซ่น ได้ตั้งป้อมกดเต็มข้อบริเวรฝั่งขวาของกรอบเขตโทษแต่ทิศทางไม่ดีเท่าไรบอลพุ่งไปตรงตัว แบร์นด์ เลโน่ รับเข้าซองไม่มีกระฉอก นาทีที่ 77 บูกาโย่ ซาก้า โดนใบเหลืองหลังไปตัดฟาวน์ใส่ เฮนรี่ วิงโก้ ที่มีโอกาสพลิกตัวหลุดเข้าไปเปิดบอลทางฝั่งขวา และนับเป็นใบเหลืองที่สองของเกมซึ่งเป็นของฝั่งอาร์เซน่อลทั้งหมด

นาทีที่ 79 อาร์เซน่อล หวิดได้ประตูที่สี่เมื่อ โจ วิลล็อค เปิดบอลทางริมเส้นฝั่งซ้ายไปเข้าหัว เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ที่พุ่งโหม่เน้นๆ แต่บอลหลุดออกข้างโคนเสาไปไม่ถึงหลา นาทีถัดมา โจ วิลล็อค พลาดโอกาสบวกสกอร์เพิ่มให้เจ้าถิ่นเมื่อหลุดเดี่ยวเข้าไปซัดจ่อๆ แต่ดันไปติดเซฟด้วยเท้าของ อันเดรียส ลินเด้ นายด่านโมลด์ อาร์เซน่อล มาได้ประตูนำขาด 4-1 นาทีที่ 88 นิโกล่าส์ เปเป้ จ่ายบอลยัดไปให้ โจ วิลล็อค ที่วิ่งตัดหน้าแข้งโมลด์ก่อน วิลล็อค แตะบอลหนึ่งจังหวะแล้วกดด้วยเท้าขวาทันทีบอลพุ่งเสยเสียบใต้คานไม่เหลือซาก และนับเป็นประตูส่งท้ายของเกมนี้ จบเกม อาร์เซน่อล เร่งเครื่องรัวแซงใส่ โมลด์ ยับเยิน 4-1 ยังคงโชว์ฟอร์มสุดร้อนแรงต่อเนื่องรับ 9 แต้มเต็มจาก 3 นัดยึดตำแหน่งจ่าฝูงกลุ่มอย่างเหนียวแน่น