สำหรับ “เนลสัน โบนีญา” หัวหอกทีมชาติเอลซัลวาดอร์ ที่เปิดตัวเป็นสมาชิกใหม่เอี่ยมอ่องของ การท่าเรือ เอฟซี เรียบร้อยแล้ว
โดยเจ้าตัวโยกมาอยู่ถิ่นคลองเตย ด้วยสัญญายืมตัวจาก ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ซึ่งว่ากันว่า โบนีญา จะได้รับค่าเหนื่อยตกเดือนละ 1.5 ล้านบาท

บวกด้วยค่าเซ็นสัญญายืมตัวอีก 5 ล้าน ที่คาดว่า “แข้งเทพ” คงจะได้รับด้วย ไม่อย่างนั้นคงไม่ตัดสินใจปล่อยตัวแนวรุกตัวเก่งรายนี้ออกมาแน่

เพราะเท่ากับ “ยื่นดาบ” ให้คู่ต่อสู้ที่จะต้องมาลุ้นล่าแชมป์ไทยลีกกับตัวเองโดยตรง

ถือเป็น “จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย” ที่ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ เฝ้าตามหามานาน

เพราะเชื่อว่าการมาของ โบนีญา นี่แหละ จะเป็นการตอบโจทย์ การทำบอลสไตล์ “เดินหน้าฆ่ามัน”

ที่เปิดเกมรุกเอ็นเตอร์เทนแฟนบอลอย่างที่ตัวเองต้องการได้แน่นอน

ดังนั้นเมื่อสบจังหวะที่ บียู ไม่ต้องการใช้งาน “โบนี่” ในฤดูกาลนี้ และเขาได้กลายเป็นส่วนเกินในแผนการทำทีมของกุนซือ มาโน โพลกิง ในการรีสตาร์ตไทยลีกเดือนหน้าแน่นอนแล้ว

“แม่แป้ง” จึงไม่รอช้า รีบเดินเครื่องกระชากตัวดาวยิงรายนี้ เข้ามาสู่ แพท สเตเดียม ทันที

นั่นจึงทำให้ ณ ปัจจุบัน 3 ประสานแนวรุกของสิงห์เจ้าท่า จัดว่า “โหดสัสรัสเซีย” ที่สุดแล้วในไทยลีก

จะเรียกได้ว่า “โหด” ที่สุดในประวัติศาสตร์ของบอลลีกบ้านเรา..อีกครั้งนึงเลยก็คงไม่ผิดนัก
กับชื่อของ 3 บิ๊กเนมแห่งยุค ทั้ง เฮแบร์ตี้ แฟร์นันเดส, เซร์คิโอ ซัวเรซ และ เนลสัน โบนีญา

ที่แฟนบอลจะหาดูที่ไหนไม่ได้ นอกจากที่คลองเตยแห่งเดียวเท่านั้น !!

นี่คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด ของ “มาดามแป้ง” ในรอบหลายปีที่ผ่านมาเลยล่ะครับ

ถ้าใครจำได้ผมเคยเขียนบทความลงใน “ตะลุยฟุตบอลโลก” หน้าข่าวกีฬา นสพ.ไทยรัฐ เมื่อหลายเดือนก่อน

ได้ทำนายล่วงหน้าไว้แล้วว่า นักเตะที่จะมาเติมเต็มความสมบูรณ์แบบของการท่าเรือให้ได้ลุ้นแชมป์ลีกไทยอย่างแท้จริงในปีนี้

คือ “เนลสัน โบนีญา” เพียงคนเดียวเท่านั้น

เพราะเชื่อในสายตาอันแหลมคมของ “บิ๊กเปี๊ยก” องอาจ ก่อสินค้า ผู้จัดการทีม ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของประธานหญิงเหล็กสิงห์เจ้าท่ามาตลอด

“บิ๊กเปี๊ยก” บอกผมว่าก่อนหน้านี้ เคยถาม ซัวเรซ ดาวยิง “หมายเลข 1” ของการท่าเรือ ว่าอยากจะเล่นหน้าคู่กับใครมากที่สุด

เขาบอกแบบไม่ลังเลเลยว่า ถ้าเลือกได้ก็ขอยืนคู่กับ โบนีญา นี่แหละน่าจะเวิร์กที่สุดแล้ว

เพราะนอกจากจะสื่อสารภาษาสแปนิชเหมือนกัน ก็ยังเป็นเพื่อนซี้ปึ้กที่คุยกันทุกเรื่องขณะค้าแข้งอยู่ที่เมืองไทยด้วย

นั่นจึงเป็นที่มาของจุดเริ่มต้นการติดต่อ โบนีญา เข้ามาอยู่ในรังคลองเตย

ซึ่ง “มาดามแป้ง” คงชั่งนำ้หนักอย่างถี่ถ้วนแล้ว เห็นว่าดีลนี้น่าจะคุ้มค่ากับการลงทุนทุกบาททุกสตางค์
เนื่องจากตัวเธอเองก็ชื่นชอบบอลเกมรุกบุกแหลก ประเภท “ถอยหลังหกล้ม” ที่ดูสนุกเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

โดยคิวฟาดแข้งของ การท่าเรือ ในการรีสตาร์ต “ไทยลีก 2020” นัดที่ 5 ถึง นัดที่ 10 ที่เพิ่งคลอดออกมา มีดังนี้

อาทิตย์ที่ 13 ก.ย. ประเดิมกับ โปลิศ เทโร เอฟซี เวลา 18.00 น. ที่แพท สเตเดียม

เสาร์ที่ 19 ก.ย. ทำศึกบิ๊กแมตช์กับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เวลา 19.00 ที่แพท สเตเดียม

เสาร์ที่ 26 ก.ย. ไปเยือน ตราด เอฟซี เวลา 19.00 น. ที่สนามกีฬากลาง จ.ตราด

อาทิตย์ที่ 4 ต.ค. เปิดบ้านรับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เวลา 18.00 น. ที่แพท สเตเดียม

อาทิตย์ที่ 18 ต.ค. เยือน ระยอง เอฟซี เวลา 19.00 น. ที่สนามกีฬากลาง จ.ระยอง

และเสาร์ที่ 24 ต.ค. รอรับ พีที ประจวบ เอฟซี เวลา 20.00 น. ที่แพท สเตเดียม

ซึ่งทั้งหมดคือคิวเตะ ที่แฟนลูกหนังต้องล็อก (ล่วงหน้า) เอาไว้เลย

เพื่อรอพิสูจน์ปรัชญาของ “สิงห์เจ้าท่า” ยุค “เชื่อแป้ง”

ว่า “เกมรับที่ดีที่สุด ก็คือ เกมรุกที่โหดที่สุด”

น่ะจริงมั้ย !!!

บี บางปะกง